การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ตามแนวคิดคอนสตรัคติวิสต์

โดย: KruMee [IP: 171.7.251.xxx]
เมื่อ: 2023-09-16 09:01:58
บทคัดย่อ

การวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ดังนี้ 1) เพื่อศึกษาข้อมูลพื้นฐานในการพัฒนารูปแบบการจัดการ เรียนการสอนวิทยาศาสตร์ตามแนวคิดคอนสตรัคติวิสต์และการเรียนรู้แบบร่วมมือ เพื่อพัฒนาทักษะ การคิดวิเคราะห์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 2) เพื่อพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนการสอน วิทยาศาสตร์ตามแนวคิดคอนสตรัคติวิสต์และการเรียนรู้แบบร่วมมือ เพื่อพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 3) เพื่อทดลองใช้รูปแบบการจัดการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ ตามแนวคิดคอนสตรัคติวิสต์และการเรียนรู้แบบร่วมมือ เพื่อพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ของนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 และ 4) เพื่อประเมินรูปแบบการจัดการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ตามแนวคิด คอนสตรัคติวิสต์และการเรียนรู้แบบร่วมมือ เพื่อพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ วิธีดำเนินการวิจัย ใช้รูปแบบการวิจัยและพัฒนา (R&D) มี 4 ขั้นตอน คือ ขั้นตอนที่ 1 การศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูล พื้นฐานในการพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ตามแนวคิดคอนสตรัคติวิสต์ และการเรียนรู้แบบร่วมมือ ขั้นตอนที่ 2 การสร้างและพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนการสอน วิทยาศาสตร์ตามแนวคิดคอนสตรัคติวิสต์และการเรียนรู้แบบร่วมมือ ขั้นตอนที่ 3 การนำรูปแบบ การจัดการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ตามแนวคิดคอนสตรัคติวิสต์และการเรียนรู้แบบร่วมมือ และ ขั้นตอนที่ 4 การประเมินรูปแบบการจัดการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ตามแนวคิดคอนสตรัคติวิสต์ และการเรียนรู้แบบร่วมมือ กลุ่มตัวอย่างในครั้งนี้ เป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5/1 โรงเรียน บ้านปูโป๊ะ อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานราธิวาส เขต 2 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2565 จำนวน 27 คน ได้มาโดยวิธีการสุ่มแบบแบ่งกลุ่ม (Cluster Random sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ 1) แบบสอบถาม 2) คู่มือการใช้รูปแบบ 3) แผนการจัดการเรียนรู้ 4) แบบทดสอบวัดทักษะการคิดวิเคราะห์ และ5) แบบสอบถามความพึงพอใจ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบค่าที (t - test แบบ Dependent Samples) และการวิเคราะห์เนื้อหา

ผลการวิจัยพบว่า 1. ผลการศึกษาข้อมูลพื้นฐานในการพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ตาม แนวคิดคอนสตรัคติวิสต์และการเรียนรู้แบบร่วมมือ เพื่อพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ของนักเรียนชั้น ประถมศึกษาปีที่ 5 มีการปฏิบัติอยู่ในระดับมาก ข้อที่มีการปฏิบัติในระดับมากที่สุด คือ มีการส่งเสริม ทักษะการคิดวิเคราะห์ไปพร้อมกับเนื้อหาที่เรียน และมีการจัดกิจกรรมที่หลากหลายเพื่อพัฒนา ทักษะการคิดวิเคราะห์ ส่วนข้อที่มีการปฏิบัติในระดับน้อยสุด คือ ฝึกให้ผู้เรียนคิดตัดสินใจลงความเห็น สรุปข้อมูลความรู้โดยอ้างอิงเหตุผลที่น่าเชื่อถือสนับสนุน 2. ผลการพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ตามแนวคิดคอนสตรัคติวิสต์ และการเรียนรู้แบบร่วมมือ เพื่อพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ที่สร้างขึ้นประกอบด้วย 1) หลักการ 2) วัตถุประสงค์ 3) กระบวนการจัดการเรียนการสอน 4) เงื่อนไขการนำรูปแบบไปใช้ และ 5) การประเมินผล โดยมีกระบวนการจัดการเรียนการสอน ประกอบด้วย 5 ขั้น โดยใช้ชื่อว่า 3PEP Model คือ ขั้นที่ 1 การเตรียมความพร้อม (Prepare) ขั้นที่ 2 การสอนกระตุ้นให้คิด (Provoke) ขั้นที่ 3 กิจกรรมกลุ่ม ฝึกทักษะ (Practice) ขั้นที่ 4 การประเมินผล (Evaluate) และขั้นที่ 5 การนำเสนอผลงานและสรุปผล (Present and conclusion) ผลการประเมินคุณภาพความเหมาะสมพบว่า มีความเหมาะสมระดับ มากที่สุด และมีความสอดคล้องกันทุกขั้นตอน 3. ผลการทดลองใช้รูปแบบการจัดการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ตามแนวคิดคอนสตรัคติ วิสต์และการเรียนรู้แบบร่วมมือ เพื่อพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี พบว่า 3.1 ประสิทธิภาพของการจัดการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ตามแนวคิดคอนสตรัคติวิสต์ และการเรียนรู้แบบร่วมมือ เพื่อพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ของนักเรียน กลุ่มสาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เท่ากับ 85.56/84.81 ถือว่ามีประสิทธิภาพเป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนด 3.2 นักเรียนที่ได้รับการจัดการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ตามแนวคิดคอนสตรัคติวิสต์ และการเรียนรู้แบบร่วมมือ มีทักษะการคิดวิเคราะห์หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทาง สถิติที่ระดับ .05 4. ผลการประเมินความพึงพอใจที่มีต่อรูปแบบการจัดการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ ตามแนวคิดคอนสตรัคติวิสต์และการเรียนรู้แบบร่วมมือ เพื่อพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ของนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี พบว่า นักเรียนมีความ พึงพอใจต่อการเรียนในระดับพึงพอใจมากที่สุด (X= 4.53, S.D. = 0.51)


ชื่อผู้ตอบ:

Visitors: 1,145,001